ฉินซูโหรวย้ำแต่คำหนึ่งก็ตระกูลฉิน สองคำก็นักแสดง สีหน้าของโย่วควนแดงเถือกเหมือนมะเขือเทศแล้ว
นางบังอาจขนาดนี้ ระบายอารมณ์กันขนาดนี้
เซียวเฉวียนทำอะไรนางได้บ้าง?
ต่อให้เซียวเฉวียนและนางไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงสามีภรรยาต่อกัน แต่ในท้องของนางก็ยังมีลูกของเขา
ในเมื่อมีลูกอยู่ในครรภ์ ฉินซูโหรวจึงพูดได้เต็มที่ว่านางไม่ชอบขี้หน้าของนักแสดงต้อยต่ำคนนี้ โดนตบก็ถูกแล้ว ทำไมต้องกลัวเซียวเฉวียนด้วย?
เซียวเฉวียนมีสีหน้าเคร่งขรึมลง เขาคิดว่าฉินซูโหรวเก็บนิสัยเอาแต่ใจของความเป็นคุณหนูใหญ่ลงบ้าง แต่ตอนนี้กลับยิ่งเลวร้ายลงกว่าเดิม!
วันนี้ที่เซียวเฉวียนเชิญโย่วควนมาถึงบ้าน ก็เพราะอยากคุยธุระของบุรุษกับเขา เช่นแผนการที่เกี่ยวข้องกับเว่ยชิง
ในฐานะที่เป็นลูกเขยของตระกูลฉิน เซียวเฉวียนต้องต้อนรับขับสู่ เขาเชิญโย่วควนมาร่วมโต๊ะอาหาร ก็ต้องให้ความสำคัญ และปฏิบัติกับเขาอย่างดี
คาดไม่ถึงว่าฉินซูโหรวจะไม่ไว้หน้าเขาเช่นนี้ เหยียบย้ำศักนดิ์ศรีของเซียวเฉวียนไม่เหลือชิ้นดี ทั้งเหยียบ !ทั้งขยี้!ทั้ง ย่ำ!
ผู้ชายคนหนึ่งเชิญสหายกลับมากินข้าวที่บ้าน ผลปรากฏว่าถูกหญิงสาวของตนตบหน้า?
เซียวเฉวียนหน้าซีดเผือด ก่อนจะตวาดด้วยความโมโห “เจ้าบังอาจเกินไปแล้ว!”
“เพี๊ยะ!” เสียงตบดังขึ้น เซียวเฉวียนตาหน้าฉินซูโหรว ด้วยแรงที่ไม่หนักไม่เบาเกินไป
แต่ก็ไม่ถึงขนาดเบาจนนางไม่รู้สึกเจ็บ
และไม่ถึงขนาดที่ทำให้นางล้มหน้าคะมำพื้น
เซียวเฉวียนเห็นแค่ลูกในท้องของนาง จึงยั้งแรงลงเพียงสามส่วน ใส่แรงเพียงเจ็ดส่วน
“คุณหนู!” อาเซียงตะโกนด้วยความตกใจ นายท่านตบคุณหนู?
นายท่านตบคุณหนู?
ศีรษะของฉินซูโหรวเกิดเสียง วิ้ง ๆ นัยน์ตาเปล่งประกาย อ่อนแรง จนเกือบยืนไม่ไหว “เจ้ากล้าตบคุณหนูของข้า!”
อย่าว่าแต่ฉินซูโหรวเลย แม้แต่โย่วควนก็ตะลึงไปด้วย !เซียวเฉวียนคือลูกเขยที่แต่งเข้ามา กล้าลงมือกับฉินซูโหรวอย่างไม่น่าเชื่อ?
ฉินซูโหรวคือลูกสาวของท่านแม่ทัพฉินและองค์หญิงใหญ่ เป็นหลานสาวของจักรพรรดิ เป็นหลานสาวของแม่ทัพบุกเบิกราชอาณาจักร!
ไม่ว่าจะสถานะไหน ก็ล้วนแต่กดขี่ข่มเหงผู้มีอำนาจทั่วไปให้แหลกคามือได้ ทุกคนต่างระมัดระวังคำพูดคำจา
เซียวเฉวียนมาจากครอบครัวที่ยากจน ! เข้ามาเป็นลูกเขยของบ้าน!
แต่กล้าตบฉินซูโหรวจนตาพร่ามัว !ตบหน้าจนนางหวาดกลัว?
โย่วควนหายเจ็บทันที หน้าก็ไม่ร้อนผ่าวอีก ตอนนี้ความสนใจของเขามาอยู่ที่เซียวเฉวียน
เซียวเฉวียนไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว!
ถ้าคนทั่วไปอยู่ใต้ชายคากับผู้อื่น จะต้องเจียมเนื้อเจียมตัว ผู้เป็นเจ้าของบ้านพูดที เจ้าตัวต้องวิตกกังวล คิดวนไปวนมา กลัวว่าตัวเองจะทำอะไรผิด หรือพูดอะไรผิด
แต่เซียวเฉวียนยืนอยู่หน้าโต๊ะอาหาร ทำตัวสูงส่ง นัยน์ตาลุกโชนจ้องเขม็งไปยังฉินซูโหรวด้วยความโกรธเคืองประหนึ่งเจ้านาย
“เซียวเฉวียน!เจ้าอย่าลืมสถานะของตัวเอง!”
“เจ้าตบคุณหนูของข้าเพื่อนักแสดงต้อยต่ำคนเดียว !เจ้าไม่อยากมีชีวิตต่อแล้วใช่หรือไม่?”
“คนแบบเจ้า เข้ามาร่วมชายคาเดียวกับตระกูลฉินได้ก็นับว่าเป็นความโชคดีของบรรพบุรุษของเจ้าแล้ว !เจ้ากล้าตบหน้าคุณหนู?”
ฉินซูโหรวยกมือกุมหน้า เซียวเฉวียนสังหารจวนซ่งแล้วอย่างไร? จิตใจโหดเหี้ยมแล้วอย่างไร?
นางไม่กลัว!
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็นลูกเขยของตระกูลฉิน ฮ่องเต้จะปล่อยเขาลอยนวลอย่างนั้นหรือ?
ตอนนี้เซียวเฉวียนก่อตัวจวน มีเงินมีตำแหน่ง เลยคิดจะปีกกล้าขาแข็งเช่นนั้นสิ?
“จวนฉินของข้าให้เจ้าทุกอย่าง!โรงเหล้าของเจ้า!จวนเซียวของเจ้า!ตำแหน่งของเจ้า!”
ฉินซูโหรวโกรธจนหน้าดำคล้ำเครียด โพล่งคำขู่เซียวเฉวียนรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
“เจ้าคิดว่าเซียวเฉวียนอย่างเจ้าเป็นอะไร!เจ้าคิดว่ามีป้ายคำสั่งแล้วโรงเหล้าจะอยู่ไปได้ตลอดเช่นนั้นหรือ?”
“เจ้าคิดว่าจวนเซียวของเจ้า เจ้าซื้อมาจากมือของอี้กุยแล้วจะถูกยึดกลับไม่ได้หรือ?”
“หรือเจ้ายังไม่รู้ว่าขุนนางระดับห้าได้มาได้อย่างไร” ฉินซูโหรวชี้หน้าเซียวเฉวียน “แค่คำพูดของท่านแม่ข้าเพียงคำเดียว เสด็จลุงฮ่องเต้ก็ปลดเจ้าได้ทันที”
“ความพยายามหลายปีของเจ้า มันอาจจะหายไปในคืนเดียวก็ได้”
ฉินซูโหลวโพล่งประโยคเหล่านี้ด้วยความโกรธ ซึ่งคล้ายกับเว่ยชิงไม่มีผิดเพี้ยน
สีหน้าลำพองใจของฉินซูโหรวกลับมาอีกครั้ง นางไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม?
เซียวเฉวียนว่าอย่างไรนะ?
ให้นางขอโทษนักแสดงคนนี้เนี่ยนะ?
ความโกรธที่พุ่งทะยานฟ้าเวลานี้ได้ก่อตัวออกมาจากฉินซูโหรวอีกครั้ง แต่นางพยายามข่มมันไว้ จนตัวสั่นเทิ้ม “เจ้าคิดว่าเจ้าคือเขยของจวนฉินใช่ไหม? ถึงไม่รู้จักประมาณตนเช่นนี้?”
เซียวเฉวียนไม่รู้ว่าฉินซูโหรวเป็นคนอย่างไรเหรอ?
ให้ขอโทษนักแสดง เขาเอาศักดิ์ศรีของตระกูลฉินไปไว้ที่ไหน?
โย่วควนรีบโบกมือพัลวัน “ไม่บังอาจ ไม่บังอาจ!”
เซียวเฉวียนรุดขึ้นหน้าหนึ่งก้าวพร้อมกับกลิ่นอายที่เย็นเยียบ แทบจะดับไฟโกรธของฉินซูโหรวให้มอดไหม้ทีเดียว
ที่แท้ก็เหมือนเดิม
ลูกหลานจากตระกูลผู้มีอำนาจ ไม่ว่าคนของตัวเองหรือเว่ยชิง ล้วนเหมือนกัน
ทำผิด การจะให้พวกเขากล่าวขอโทษ ยากยิ่งกว่าสิ่งใด
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ช่างเถอะ
ฉินซูโหรวเริ่มวิตกกังวล ขาสองข้างเหมือนเหยียบอยู่บนทุ่งฝ้าย
นัยน์ตาของเซียวเฉวียนเรียบเฉยเกินไป ไม่ได้เก็บนางมาใส่ใจ เขาเหมือนเสือที่โหดเหี้ยม วินาทีต่อมาเตรียมอ้าปากกลืนกินนางลงท้องอย่างไรอย่างนั้น
นางตบโต๊ะ สร้างความฮึกเหิมให้ตัวเอง พาให้น้ำแกงในชามกระเฉาะออกมา “เจ้าจะทำอะไร!อย่าเข้ามานะ!”
ทำอะไร? เซียวเฉวียนอยู่ในพิพิธภัณฑ์มานาน เคยเจอวัตถุโบราณในฮวาเซี่ยมานับไม่ถ้วน ยังมีอะไรที่ไม่เคยเจออีกหรือ?
เขาไม่เคยเห็นความพิสดารของฉินซูโหรวเช่นนี้มาก่อน
คนอย่างฉินซูโหรว ก็เป็นแค่โบราณวัตถุ เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ให้ชนรุ่นหลังได้ดู ให้ได้รู้ว่าอะไรที่เรียกว่าความพิสดาร
เซียวเฉวียนยังไม่ได้ทำอะไร ฉินซูโหรวที่กระวนกระวายใจได้ตวาดออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หงอวี้!”
นัยน์ตาของไป๋ฉีเย็นเยียบ ก่อนจะชักดาบออกมา
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย
ถึงตอน139 อ่านต่อไม่ได้ต้องทำอย่างไรครับ...
ถ้าแต่งเรื่องแบบนี้ไม่ต้องแต่งเลยจะดีกว่าไม่มีความคิดสมัยใหม่เลยถ้าตัวเอกแบบนี้ก็สมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทัพพาลูกน้องทั้งกองทัพไปตาย...
มีเรื่องนี้ที่ตัวเอกเป็นเหมือนขยะสังคมทั้งที่ทลุมิติมากเกิด...
ไอ้คนแต่งมันปัญญาอ่อนหารือเปล่า...
มันสมควจไหมที่เอาเลือดเขามาติดต่อวิณยาณไม่มีเหตัผลที่จะทำอย่างนี้เหมือนมันไม่มีอะไรทำทำไมไม่คิดเอาวิธีช่วยลูกเมียมันจะมีประโยชน์กว่า...
เรื่องนี้ตัวเอกเหมือนควายเหมือนหมาหมามาก...
ไม่สมควรเป็นชุปเปอร์ลูกเขยน่าเป็นลูกเขยะจริงๆ...
เป็นคนที่ไม่มีสำมาคาระวะเหมือนไพร่น่ารังเกลียดไม่น่าเอามาเป็นตัวเอก...
บางครั้งเชียวเฉวียนเล่นเหมือนเด็กไม่มีความน่านับถือไม่น่าเอามาเป็นตัวเอกน่าให้เป็นคนชั้นตำ่มาก็กว่า...
แล้วมันสั่งให้ลูกน้องตอบโต้คนที่เข้ามาหาเรื่องเอาไว้ล่วงหน้าไม่ได้เหรอ กฎของนิยายเรื่องนี้มันบ้าๆ อยู่นะ แบบนี้ให้ผู้อารักขาเฝ้าบ้าน ถ้าเจ้านายไม่อยู่ โจรก็เดินเข้าไปเอาของได้สบายเลยสิ เพราะผู้อารักขาไม่มีนาย ทำอะไรโจรก็ไม่ได้...