เมื่อได้ยินคำว่าเซี่ยงกงสองคำนี้หัวใจของเยี่ยจิ่งหานก็หวานราวกับถูกทาด้วยน้ำผึ้ง
หญิงผู้นี้นับว่ามีมโนธรรมอยู่บ้างก็ไม่ไร้ประโยชน์ที่เขามาเดินทางมาเป็นพันลี้เพื่อตามหานาง
“ตูม......”
ความรวดเร็วของถ้ำน้ำแข็งที่ถล่มรุนแรงกว่าที่พวกเขาคาดคิด
วิชาตัวเบาของพวกเขาในตอนนี้ก็ถือได้ว่าไร้เทียมทานแต่ก็ยังไม่สามารถออกไปอย่างปลอดภัยได้ หลายครั้งหลายคราก็เกือบจะโดนก้อนน้ำแข็งถล่มใส่
“ตูม......” หนทางเบื้องหน้าค่อยๆถูกขวางเอาไว้ เยี่ยจิ่งหานจับมือกู่ชูหน่วนเลือกทางสายหนึ่งและอีกสายหนึ่งไปเรื่อยๆ
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงครึกเสียงหนึ่งขึ้น
ก้อนน้ำแข็งก้อนใหญ่หล่นลงจากก้นถ้ำขวางทางด้านหน้าหลังซ้ายขวาเอาไว้ทั้งหมด
กู้ชูหน่วนเบิกตากว้างต้องการที่จะทำให้ทำลายน้ำแข็งและหลบหนีจากเส้นทางเปื้อนเลือดนี้แต่ก็ไม่ทันการณ์ จึงทำได้เพียงมองดูก้อนหินน้ำแข็งก้อนนั้นหล่นลงมา
ในช่วงเวลาวิกฤตเยี่ยจิ่งหานกอดนางเอาไว้ในอ้อมกอดและบดบังก้อนน้ำแข็งมหึมานั้นด้วยหน้าอกของตนเอง
"พรึ่บ......"
เลือดของเยี่ยจิ่งหานอาบลงบนแก้มของนาง
ก้อนหินน้ำแข็งที่ด้านล่างของถ้ำยังคงหล่นลงมาทีละก้อนๆ กู้ชูหน่วนขยับฝ่ามือให้ก้อนหินน้ำแข็งพุ่งออกไปมาจากนั้นกอดเยี่ยจิ่งหานไปยังด้านข้างตำแหน่งที่ปลอดภัย
นางร้องตะโกน “ท่านบ้าไปแล้วหรือ? ท่านรู้หรือไม่ว่าก้อนหินน้ำแข็งนั่นจะทับท่านตายได้”
“เพียงแค่เจ้าไม่เป็นไรทุกสิ่งก็คุ้มค่าแล้ว”
เสียงของเยี่ยจิ่งหานนุ่มนวลจนทำให้ผู้คนคิดว่านั่นเป็นภาพลวงตา
กู้ชูหน่วนปวดใจในทันใด
นางกอดเอวอันแข็งแกร่งของเยี่ยจิ่งหาน เป็นครั้งแรกที่แสดงจุดอ่อนของตนเองต่อหน้าเขา
"เป็นอันใด?"
เยี่ยจิ่งหานรู้สึกทำสิ่งใดไม่ถูก
กู้ชูหน่วนเช่นนี้เขานั้นไม่เคยเห็นมาก่อน
กู้ชูหน่วนที่เขารู้จักไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดินและสร้างปัญหาวุ่นวายมาเป็นอันดับแรก แต่กลับไม่เคยเห็นนางยอมจำนนอย่างแท้จริง
กู้ชูหน่วนกล่าวอย่างขุ่นเคืองว่า "ไม่เป็นไร แค่ยืมไหล่ท่านพิงสักหน่อย"
กล่าวแล้วนางปล่อยเยี่ยจิ่งหานและมองดูแผ่นหลังที่เปื้อนเลือดของเขา “เจ็บไหม?”
“ไม่เจ็บ บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเล็กน้อย ไปกันเถอะพวกเราออกไปจากที่นี่ซะก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงถ้ำน้ำแข็งพังทลายลงมา”
"ได้"
ปี่ของเยี่ยจิ่งหานเหวี่ยงอยู่ในแนวนอนสะเทือนก้อนหินน้ำแข็งทั้งหมดตรงหน้าออกและนำกู้ชูหน่วนวิ่งไปด้านหน้าต่อ
หากว่าเขาช้าไปหนึ่งก้าวทั้งสองคนนั้นจะต้องตายอยู่ที่นี่ เนื่องจากหลังจากที่เท้าของพวกเขาก้าวออกไปแล้วถ้ำทั้งหมดนั่นก็พังทลายลงมาและขยายวงกว้างต่อออกไปด้านนอกอย่างต่อเนื่อง
"ครึ่ม......"
เสียงสะท้านดังกึกก้อง ดังสะท้านจนหูของกู้ชูหน่วนดังหึ่งๆและก็ไม่รู้ว่ามังกรวารีตัวนั้นเป็นอันใด ถ้ำน้ำแข็งด้านหนึ่งผุกร่อนอีกด้านหนึ่งพังทลายลง
หากเป็นเช่นนี้ต่อไปขั้วโลกเหนือก็จะพังทลายลงไปทั้งหมด
วิ่งอยู่วิ่งอยู่กู้ชูหน่วนและเยี่ยจิ่งหานก็ได้หลงทางตรงทางแยกเสียแล้ว
กู้ชูหน่วนรีบร้อนหาเข็มทิศถึงพบว่าเข็มทิศได้หายไปโดยไม่ได้ตั้งใจขณะที่วิ่งอยู่
ตอนนี้ทำได้เพียงแค่ออกจากที่นี่ไปด้วยความทรงจำของตนเอง
“เยี่ยจิ่งหานตอนที่ท่านมาผ่านทางแยกมากมายมาตามหาข้าได้อย่างไร?”
“หลับตาเดินมั่วซั่ว”
“เช่นนั้นท่านลองหลับตาเดินมั่วซั่วดูอีกครั้ง ลองดูว่าจะสามารถออกไปได้หรือไม่”
“ข้าเกรงว่าเมื่อหลับตาลงจะถูกหินน้ำแข็งทับตายเลยโดยตรง”
"......"
เหตุผลนี้
นางกล่าวคำพูดหักล้างไม่ออกชั่วขณะหนึ่ง
คิดไม่ถึงว่าก็ยังพบกับผู้อาวุโสสูงสุดเสวี่ยเยี่ย
ผู้อาวุโสสูงสุดเสวี่ยเยี่ยเพียงผู้เดียว รองหัวหน้าเผ่าซือคงนั้นไม่ได้อยู่ข้างกายเขาไม่รู้ว่าพวกเขาสองคนหลงกันหรือเปล่า
ผู้อาวุโสสูงสุดเสวี่ยเยี่ยได้รับบาดเจ็บซึ่งตรงหน้าอกถูกควักเป็นรูโลหิตแผลหนึ่ง ส่วนต่างๆบนร่างกายไม่น้อยถูกขีดข่วนอย่างหนักเผยให้เห็นถึงกระดูก
น่าแปลกที่รูโลหิตที่หน้าอกของเขาไม่มีเลือดไหลและมองไม่เห็นอวัยวะภายในใดๆ
ราวกับว่าอวัยวะภายในของเขาถูกควักออกมาตั้งแต่แรกแล้วเช่นนั้น
เขาหัวเราะอย่างดุดัน "ย่ำจนรองเท้าเหล็กสึกไม่พบพาน ยามได้มากลับไม่เสียเวลาเลย คิดไม่ถึงว่าอยู่ในถ้ำอันสับสนหลงทางนี้ยังได้พบเจอกับพวกเจ้าสองคนได้"
กู้ชูหน่วนจ้องเขม็งที่หน้าอกของเขาพร้อมกล่าวด้วยท่าทางเคร่งขรึมว่า "เจ้า......อวัยวะภายในของเจ้าหล่ะ?"
“เด็กโง่เจ้าไม่เข้าใจสินะ เผ่าเพลิงฟ้ามีเวทมนต์คาถาลับคาถาหนึ่งที่ควักอวัยวะผู้ที่ตายแล้วให้หมดจากนั้นก็ใช้เวทมนตร์คาถาก็จะสามารถฟื้นขึ้นใหม่ได้”
“ดังนั้น......ที่แท้อายุขัยของเจ้าได้หมดไปตั้งนานแล้ว เพื่อที่ไม่ต้องการตายจึงได้ฝืนลิขิตเปลี่ยนชะตาและฝืนฝึกคาถาเพื่อเพิ่มอายุขัยของตนเอง?”
"ใช่"
กู้ชูหน่วนมองไปยังเยี่ยจิ่งหานราวกับว่าต้องการได้รับคำตอบจากตัวเยี่ยจิ่งหาน
เหตุใดในโลกนี้ถึงได้มีเวทมนต์นอกรีดเช่นนี้?
หากว่าทุกคนฝืนลิขิตฟ้าย้อนกลับวัฏจักรก็จะไม่เกิดความวุ่นวายหรอกหรือ?
เยี่ยจิ่งหานพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
ยอมรับว่าสิ่งที่ผู้อาวุโสสูงสุดเสวี่ยเยี่ยกล่าวเป็นความจริง
กู้ชูหน่วนค่อยๆเข้าใจแล้ว
เหตุใดหัวหน้าเผ่าของเผ่าเพลิงฟ้าไม่ยอมให้คนในเผ่าใช้เวทมนต์คาถาอีก
เวทมนตร์คาถานี้เกรงว่าจะต้องแลกเปลี่ยนชดใช้มาไม่น้อยสินะ
เยี่ยจิ่งหานอธิบายว่า "เวทมนตร์ของเผ่าเพลิงฟ้ามีมานับพันปีแล้ว หากว่าต้องการใช้เวทมนตร์คาถากระทำเรื่องหนึ่งให้สำเร็จก็จะต้องชดใช้ในราคาที่เหมาะสม อาจใช้อายุขัยของตนเองหรือว่าอายุขัยของผู้อื่นก็ได้"
กู้ชูหน่วนเข้าใจแล้ว "ดังนั้นผู้อาวุโสสูงสุดเสวี่ยเยี่ยได้สละชีวิตของผู้อื่นเพื่อยืดอายุขัยของตนเองสินะ"
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กู้ชูหน่วนสตรีอัปลักษณ์
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ อ่านถึง 1174 แล้วรอตอนต่อไปอยู่ค่ะ...
ไม่อัพจบเหรอคะ...
เป็นนางเอกที่นิสัยแย่ที่สุดตั้งแต่เคยอ่านมา...
คือตัวเองไม่มีเงิน แต่คิดจะเอาทุกอย่างด้วยราคาสูงเสียดฟ้า แล้วก็หาคำพูดให้คนอื่นจ่ายแทน ตัวเองหาประโยชน์จากคนใกล้ตัวแต่กลับเอาใจให้คนอื่นตลอดเนี่ยนะ...
แม่นางกู้เกินเยียวยาแล้วเด้อ 555...
เยี่ยเฟิงเป็นคนดีมาก แต่เขาทนงตัวเกินไป ชีวิตที่ผู้อื่นฝ่าฟันเพื่อแย่งชิงลมหายใจเขาไว้ แต่เขาก็ดิ้นรนกลับไปหาความตายอยู่เรื่อย...
ท่านอาจารย์พูดให้คิดดีมากเลย แต่อาหน่วนจะเข้าใจไหม นางดูมั่นหน้า มั่นใจเกิตเหตุแบบไม่สนสี่สนแปดใดใดเลย...
อยากให้กลับมาอัพเดทไวๆนะคะ ขอบคุณมากค่ะ...
สรุปเรื่องนี้มีตอนจบมั้ยค่ะ...
รอตอนจบอยู่นะคะ ใจบางไม่ไหวแล้วทรมาน...