หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ นิยาย บท 1202

แต่เมื่อมองอย่างตั้งใจก็เห็นว่าเป็นการบ้านของนายท่านที่ถูกฉีก

เฮ้อ...

เมื่อเห็นนางนั่งอยู่บนกองเศษกระดาษอย่างสิ้นหวัง และร้องไห้จมน้ำมูกน้ำตานองหน้าก็รู้สึกว่ามันน่าขันดีจริง

แต่ทว่าไม่มีใครกล้าส่งเสียงหัวเราะออกมาหรอก

“จะเป็นไปได้อย่างไร? เมื่อคืนข้าเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืน ไม่มีใครเข้าใกล้วัดร้างเลยสักคนนะ!” จุยเฟิงกอดกระบี่ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย คาดไม่ถึงว่าจะมีคนทำชั่วร้ายเช่นนี้จากภายใต้การดูแลของเขา?

ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้ว่าจะมีความสามารถมากมายในการทำลายการป้องกัน

แต่มันบ้าชะมัด ใครมันจะว่างถึงขนาดฝ่าแนวป้องกันเข้ามาเพื่อแค่ฉีกมาทำลายการบ้านของนาง??

ช่างเป็นเรื่องที่ประหลาดยิ่งนัก!

ใจของลู่เจาเจาเจ็บปวดจนด้านชา “เจ้ารู้ไหมว่าข้าต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน? ในทุกๆวันตาข้าแทบจะลืมไม่ขึ้นอยู่แล้ว แต่ก็ต้องทำการบ้านให้เสร็จ มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยนะ...”

“สามารถฆ่าข้าก็ได้ แต่ทำไมต้องทรมานข้าด้วย...”

“ไอ้ชั่ว ไอ้เลวที่สมควรถูกฆ่าตายเป็นพัน ๆ ครั้งนั้น ทั้งครอบครัวล้วนแต่เป็นสัตว์เดรัจฉาน...” ลู่เจาเจานับนิ้วลองคิดดู แต่น่าเศร้าที่คิดทำนายยังไงก็ทำนายไม่ออก

ซ่านซ่านถูกเสียงร้องไห้ของนางทำให้ตกใจตื่น

พอลืมตาขึ้นมา คริคริ พี่สาวกำลังร้องไห้จนแทบจะขาดใจเลย

แต่เขาไม่ได้หัวเราะออกมาแต่อย่างใด ทำเพียงใช้มือเล็ก ๆ ที่อวบ ๆ กดริมฝีปากบนล่างให้ปิดแน่นๆ

เมื่อวานเพราะว่าหัวเราะนางจึงโดนตีไป ซ่านซ่านจำได้ดีว่าเขาถูกตี

เขาจ้องมองลู่เจาเจาโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา เมื่อเห็นว่านางร้องไห้อย่างหมดหนทางและสิ้นหวัง และในความเศร้านั้นก็แฝงไปด้วยความโกรธ ไม่ดูเย่อหยิ่งเหมือนเช่นเมื่อวานแล้ว

ซ่านซ่านแอบยกมุมริมฝีปากขึ้นมา แต่ก็บีบริมปากเข้าหากันอย่างรวดเร็ว

ลู่เจาเจาไม่แม้แต่จะกินอาหารเช้า นางกอดเศษกระดาษร้องไห้จนเสียงแหบแห้งด้วยดวงตาเหม่อลอยราวกับว่าตกอยู่ในภวังค์ไปแล้ว

ซ่านซ่านเพิ่งจะดื่มนมเสร็จ และเขาก็มองมือเล็ก ๆ ที่อวบ ๆ อย่างเหม่อลอย ในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุขเล็กน้อย

ที่แท้นี่คือความรู้สึกของการควบคุมพลังไว้ในกำมือ เขาชอบมากเลย ต่อไปหากนางเขียนขึ้นมาหนึ่งแผ่น เขาก็จะฉีกอีกหนึ่งแผ่น!

พวกเขาพูดไว้ไม่ผิด ข้าสามารถทำตามความปรารถนาที่อยากทำได้จริง ๆ

ลู่เจาเจารู้สึกด้านชาไปหมดแล้ว หัวใจล้วนด้านชาไปหมด

ก่อนหน้านี้นางทำไปเพื่อต้องการหลบหนีการทำการบ้าน นางทำได้ทุกวิถีทางไม่เลือก ทั้งโยนมันลงน้ำ หรือให้ถูกโจรขโมยไป...ก็เพื่อจะหลีกหนีการทำการบ้าน

ราชครูทั้งสองท่านโกรธมาก ถึงกระทั่งที่พอเห็นพรสวรรค์ที่ฟ้าประทานมาให้นางก็เกิดความมุ่งมั่นขึ้นมาในใจ อยากที่จะกระตุ้นให้นางตั้งใจเรียน

จึงพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าถ้าหากไม่ยอมทำการบ้านให้เสร็จตรงตามเวลา ราชครูทั้งสองคนจะเอาศีรษะไปชนที่หน้าประตูตระกูลลู่ให้ตายรู้แล้วรู้รอด

ท้องฟ้าเพิ่งจะสว่าง ทุกคนก็เริ่มออกเดินทางเข้าสู่แคว้นฟั่นแล้ว

“ในทะเลทรายรถม้าไม่สามารถเดินทางได้ พวกเราต้องขี่อูฐเข้าเมืองแล้วล่ะ...น่าจะถึงแคว้นฟั่นก่อนช่วงเย็นได้”

“ได้ยินมาว่าหน้าประตูเมืองของแคว้นฟั่นมีกระบอกเซียมซีขนาดใหญ่ และกระบอกเซียมซีนี้มีความแปลกประหลาดอย่างมาก เล่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก! แต่ต้องเป็นผู้มีวาสนาเท่านั้นถึงจะสามารถเขย่าเซียมซีออกมาได้... ครั้งสุดท้ายที่มีคนเขย่าได้เซียมซี ก็เป็นเมื่อเจ็ดสิบแปดสิบปีก่อน”

“ถึงกระทั่งที่คนที่เขย่าเซียมซีออกมาได้ยังไม่ใช่คนของแคว้นฟั่นด้วยนะ แต่เป็นผู้คุ้มกันจากต่างถิ่น...”

“ตอนนั้นแค่เขย่าไปเรื่อยไม่ได้คิดอะไร แต่กลับมีเซียมซีหนึ่งอันตกลงบนพื้น สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งเมืองเลยล่ะ...”

“เดี๋ยวก่อนเข้าเมืองไปทุกคนก็ไปลองดู...” จู๋มั่วได้ไปทำการสำรวจสอบถามอย่างชัดมาก่อนจะที่มาแล้ว

หลังจากทุกคนพักผ่อนกันเสร็จเรียบร้อย ก็พร้อมที่จะเข้าไปในทะเลทราย

“ในทะเลทรายเต็มไปด้วยแมงป่องมีพิษมากมาย ทุกคนพยายามอยู่บนอูฐเข้าไว้นะ” จู๋มั่วอุ้มอาอู๋ขึ้นไปบนอูฐ เขายังเตรียมผ้าปิดหน้าบางๆให้นางด้วยความใส่ใจ ทะเลทรายมีพายุทรายแรงมาก มันจะพัดจนทำให้ใบหน้าเจ็บเป็นประจำ

ทุกคนฝ่าลมทรายเข้าไปในทะเลทราย ใบหน้าเล็กของซ่านซ่านถูกป้องกันเอาไว้ แต่ทว่าเขาแอบเปิดมุมผ้าออกและดวงตาก็มองไปรอบ ๆ

แม่นมกอดเขาและหัวเราะ “คุณชายน้อยซ่านซ่านของพวกเราไม่เคยเห็นทะเลทรายมาก่อน จ้องไม่วางตาเลยนะ มองไปทางนั้นทางนี้ไม่หยุดเลย...” นางเคยคิดว่าซ่านซ่านจะงอแงระหว่างทางเสียอีก

ถึงอย่างไรตอนที่เขาอยู่บ้านก็ไม่ใช่คนที่อยู่นิ่ง ๆได้อยู่แล้ว แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเขาจะเชื่อฟังและทำตัวเป็นเด็กดีที่สุด

“อย่าว่าแต่คุณชายน้อยเลย บ่าวใช้ชีวิตมาจนอายุปานนี้แล้ว ยังไม่เคยเห็นทะเลทรายมาก่อนเลย” แม่นมมีสีหน้าเต็มไปด้วยความซึ้งใจ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์