หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ นิยาย บท 1203

จู๋มั่วเป็นผู้นำทางข้างหน้า ส่วนจุยเฟิงก็ถือดาบตามคุ้มกันท้ายขบวน

ดีที่เดินทางอย่างปลอดภัยไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

ตอนที่เดินทางไปถึงช่วงกลางของทะเลทราย มีลมพายุพัดทะเลทรายปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า และดูเหมือนว่าจะมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังราง ๆ มาในสายลม...

ลู่เจาเจาจับดาบในมือเอาไว้ ส่วนจู๋มั่วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้น “ข้าจะไปดูหน่อย...”

ห่างไปไกลๆในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ดูเหมือนจะมีการก่อตัวของทรายดูดเกิดขึ้น รอบ ๆ บริเวณมีทรายถูกดูดลงไปอย่างต่อเนื่อง และก็เห็นไกลๆว่ามีพระหัวโล้นหลายคนกำลังตื่นตระหนกพยายามที่จะตะเกียกตะกายตัวออกมาจากทรายดูด แต่ทว่าที่ด้านล่างดูเหมือนจะมีแรงดูดที่มีพลังมหาศาล ได้แต่มองดูตัวเองถูกดูดลงไปทีละนิดทั้งอย่างนั้น

มีสามเณรน้อยคนหนึ่งแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว

จู๋มั่วบินทะยานไปข้างหน้า และหิ้วคนเหล่านั้นทะยานตัวออกมาจากศูนย์กลางพายุ

พวกพระภิกษุทั้งหลายเหงื่อแตกเต็มไปหมด แต่ในมือก็ยังกำปลาไม้เอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

และก็คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณทุกคน พวกเขาที่รอดชีวิตจากภัยพิบัติมา ในดวงตายังคงแฝงด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจปกปิดเอาไว้ได้

“ขอบคุณโยมที่ช่วยชีวิตเอาไว้”

“ท่านพระอาจารย์ทั้งหลายจะไปร่วมงานพระธรรมที่แคว้นฟั่นหรือเจ้าคะ?” ลู่เจาเจาเอ่ยถาม

หนึ่งในพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะอาวุโสสุดกล่าวขึ้นว่า “ใช่แล้วโยม เพียงแต่โชคไม่ดีบังเอิญมาเจอกับทรายดูดกลืนกินคนเสียก่อน โชคดีที่โยมมาช่วยเหลือเอาไว้” ในโลกมนุษย์ ทุกๆหลายปีจะมีการจัดงานพระธรรมขึ้นมาครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นเวทีให้พระสงฆ์ชั้นสูงจากทั่วทุกสารทิศมาร่วมสนทนาธรรมและแลกเปลี่ยนความรู้ทางพระพุทธศาสนา

แต่ในร้อยปีจะมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ขึ้นมาหนึ่งครั้ง มีพระโพธิสัตว์จากแดนพุทธลงมาเทศนากับลูกศิษย์และอบรมสั่งสอนขัดเกลาให้ลูกศิษย์

ข้างหลังเขามีสามเณรน้อยที่หน้าเต็มไปด้วยทราย เขาถุยออกมาหลายคำก่อนเอ่ย “ไม่รู้ว่าทะเลทรายผืนใหญ่แห่งนี้เกิดอะไรขึ้น ปีก่อน ๆ ก็ยังสงบนิ่งมากอยู่เลย ปีนี้ทำไมถึงไม่สงบเช่นนี้”

ราวกับว่ามีพลังที่น่ากลัวบางอย่างพยายามลากพวกเขาไปยังใต้พื้นดิน

ซ่านซ่านนึกถึงฉากที่เห็นเมื่อคืนที่ใต้ทะเลทราย และค่ายกลของเมื่อคืนดูเหมือนว่าจะใช้เลือดในการร่ายคาถาไม่ใช่หรือ?

ซึ่งก็หมายความว่า การบูชายัญจำเป็นต้องสังเวยชีวิต

เขามองพระหลายรูปอย่างเฉยเมย ก้นบึ้งของหัวใจดูสงบนิ่งไม่มีอะไรที่ผิดสังเกตเลย

“ถ้าท่านอาจารย์ไม่รังเกียจสามารถเดินทางไปกับพวกเราได้ พวกเราก็จะไปเมืองเหลียนหวาในแคว้นฟั่นเช่นกัน จะได้ไปส่งพวกท่านด้วย...” ลู่เจาเจาเอ่ยปากเชิญ พระอาจารย์ทั้งหลายก็ไม่ลังเลที่จะกล่าวขอบคุณทันที

ในใจก็แอบประหลาดใจเล็กน้อยกับคนกลุ่มนี้ที่มีอาวุธครบมือ ดูจากรัศมีที่แผ่ออกมาแล้วดูค่อนข้างจะมีฐานะสูงส่งและก็เป็นแม่นางน้อยที่อยู่ตรงกลางที่เหมือนจะเป็นนายที่ใหญ่ที่สุด

ทุกคนไม่กล้าหยุดอยู่ในทะเลทรายนาน พากันรีบออกเดินทางกันต่อ

ยังดีที่ระหว่างการเดินทางไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น จนกระทั่งเข้าช่วงเย็นที่ปลายขอบฟ้ามีเมฆสีแดงปรากฎขึ้น ถึงจะเห็นประตูเมืองของเมืองเหลียนหวา

“บางทีคนจากแดนอื่นสามารถเขย่าใบเซียมซีที่ดีที่สุดออกมาได้อย่างง่ายๆ แต่ที่เมืองเหลียนหวายังไม่เคยมีใครที่ได้ใบเซียมซีที่ดีที่สุดมาก่อน” สามเณรน้อยพูดด้วยท่าทีลึกลับ

“ข้างในเต็มไปด้วยเซียมซีที่ว่างเปล่า แต่หลังจากเขย่าออกมาแล้วข้อความจะปรากฎขึ้น”

“ถ้าแค่คว่ำกระบอกเซียมซีลงแล้วเทออกมาเลยก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ?” อาหมานถาม

สามเนณแอบหัวเราะ “โยมหญิง มีคนเคยลองทำแล้ว แต่เซียมซีที่เทออกมาล้วนเป็นเซียมซีที่ว่างเปล่าทั้งสิ้น”

“ไม่มีวาสนาก็คือไม่วาสนา พุทธศาสนานั้นให้ความสำคัญกับโชคชะตาเป็นอย่างมาก”

“คนที่มีวาสนาจริง ๆ แค่ใช้มือเขย่าเซียมซีก็เด้งออกมาแล้ว”

สีหน้าอาหมานเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “คนที่มีอายุเจ็ดสิบหรือแปดสิบปีคนนั้น เป็นคนที่มีวาสนาที่ยอดเยี่ยมมากเลย”

สามเณรน้อยพยักหน้า

พ่อค้าแผงลอยที่มาต่อแถวอยู่ข้าง ๆ ได้ยินเช่นนี้ก็รีบพูดขึ้นมาทันทีว่า "ไม่ใช่ว่าเขามีวาสนาดี แต่เป็นเพราะลูกหลานของเขาต่างหากที่มีวาสนาดี ชิชะ ตอนนั้นใครๆ ก็อิจฉากันทั้งนั้น ใบเซียมซีนี้ล้ำค่าอย่างยิ่ง เป็นอะไรที่สุดขั้วของความแตกต่างกันอย่างมาก เรื่องนี้ขนาดในหนังสือยังไม่กล้าเขียนเช่นนี้เลยนะ

“ตอนนั้นท่านปู่ของข้ายังเป็นเด็กคนหนึ่งอยู่เลย แต่ก็เห็นด้วยตาของเขาเอง”

“ผู้คุ้มกันคนนั้นดูซื่อ ๆ มีกำลังที่มากขนาด แต่แทบจะอ่านหนังสือไม่ออกสักตัว แล้วเสื้อผ้าที่เขาใส่ก็ถูกซักจนซีดขาว ได้ยินว่าเขาบอกว่า แต่ก่อนเขาหาเลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์ แต่เพราะภรรยาให้กำเนิดลูก การล่าสัตว์จึงเลี้ยงครอบครัวไม่ได้แล้ว ชีวิตอยู่แบบลำเค็ญกระเบียดกระเสียร เขาจึงไปหางานที่หน่วยคุ้มกันเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์