ท่านประธานจอมเฮี๊ยบกับยัยหวานใจสุดที่รัก นิยาย บท 1076

ในอดีตที่ผ่านมา กิดเดียนกลัวมาตลอดว่าเนลล์จะทำตัวห่างเหินจากเขา เพียงเพราะการปิดบังความลับของเขา แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาอะไร

ในที่สุด การที่เป็นแบบนี้จึงทำให้กิดเดียนสบายใจ

แม้ว่าเขาจะสบายใจแล้วก็ตาม แต่ก็ยังต้องการคำอธิบาย

เมื่อถึงยามค่ำคืนอันเงียบสงบ เขาดึงเนลล์เข้ามาหา และอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในปีนั้นให้เนลล์ฟังอย่างตรงไปตรงมา

เพราะฉะนั้น กิดเดียนจึงไม่ใช่แค่นักธุรกิจธรรมดามาตั้งแต่ต้น

ก่อนหน้านี้เขาเคยไปศึกษาที่ต่างประเทศ แต่ทุกคนรู้เพียงว่าเขาไปศึกษาการบริหารธุรกิจ ทั้งที่ความจริงแล้ว กิดเดียนแอบไปเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหาร

ขณะที่เขาอยู่ที่นั่น ท่านนายพลได้เห็นถึงความสามารถในตัวเขา จึงเลือกเขาเป็นสายลับ

ด้วยเหตุนี้ กิดเดียนจึงถือว่าเป็นลูกศิษย์ของท่านนายพล เนื่องจากเขาได้สร้างผลงาน ท่านนายพลจึงส่งต่อตำแหน่งผู้บังคับบัญชาการให้กับกิดเดียนหลังจากที่เกษียณอายุ

ท่านนายพลยังมอบภารกิจจับกุมเจฟฟ์ ฟลินเดอร์ ให้กับกิดเดียนอีกด้วย

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การต่อสู้ระหว่างกิดเดียนกับเจฟฟ์จึงได้เริ่มต้นขึ้น

เนลล์ลองคิดไตร่ตรองดูแล้ว และเข้าใจได้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่กิดเดียนกับเธอจะได้พบกันเป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอคิดถึงเหตุผลที่ว่าทำไมทั้งคู่ถึงได้พบกัน นั่นไม่ใช่เพราะเขาพบเธอระหว่างที่เขาตามล่าเจฟฟ์ ฟลินเดอร์ หรอกเหรอ?

เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ รวมถึงรายละเอียดสำคัญบางอย่างไม่อาจอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ จึงต้องถูกเก็บเอาไว้เป็นความลับ

เพราะเรื่องนี้ถูกเก็บไว้เป็นความลับ ตัวตนที่แท้จริงของกิดเดียนจึงถูกเก็บไว้เป็นความลับด้วยเช่นกัน

แม้แต่องค์กรเอ็กซ์ ซึ่งเป็นองค์กรที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ก็ไม่สามารถให้คนอื่นรู้ได้

แค่สังเกตก็รู้ว่ากิดเดียนแบกรับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่เอาไว้เพียงลำพังในวันที่โดดเดี่ยว

ไม่มีใครที่เข้าใจ และไม่มีใครที่เขาพอจะระบายสิ่งที่อัดอั้นนี้ได้

ไม่ว่าเขาจะต้องพบเจอกับปัญหาอะไร กิดเดียนแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างไว้เพียงลำพัง ไม่ว่าจะเหนื่อยสักแค่ไหน หรือยากลำบากสักเท่าไร เขาก็ไม่ปริปากบ่น

จู่ ๆ เนลล์ก็ไม่โกรธเขาเลย แต่เธอกลับรู้สึกสงสารเขา

เธอรู้ว่าช่วงเวลานั้นเป็นเรื่องยากสำหรับกิดเดียนที่จะผ่านไปให้ได้ แต่เห็นแก่ความปลอดภัยของประชาชน เขาจึงต้องยืนหยัดให้ได้

หลังจากเวลาผ่านไปนานเกือบสิบปี ในที่สุดเขาก็จับเจฟฟ์ ฟลินเดอร์ได้

เพราะนั่นเป็นเรื่องยากสำหรับกิดเดียน แล้วเนลล์ยังคู่ควรกับการเป็นภรรยาของเขาอยู่อีกไหม ถ้าเธอยังมัวแต่โทษเขาอยู่?

เนลล์ไม่อาจทนฟังได้อีกต่อไป เธอจึงกอดกิดเดียนเอาไว้ทันที

“พอแล้วค่ะ หยุดพูดได้แล้วนะ”

กิดเดียนโอบไหล่เธอเข้ามา แล้วกอดเธออย่างอ่อนโยน

เขาถอนหายใจออกมา แล้วเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกซึ้ง “ขอโทษนะเนลล์ ผมไม่ควรปิดบังคุณ”

เนลล์ทำเพียงส่ายหน้า แล้วตอบกลับหลังจากนั้นไม่นาน “ฉันไม่โทษคุณหรอกค่ะ ฉันรู้ว่าคุณมีเหตุผล แต่ถึงอย่างนั้น ในเมื่อตอนนี้เจฟฟ์ตายไปแล้ว นั่นหมายถึงคุณไม่ต้องเสี่ยงอันตรายอีกแล้วใช่ไหมคะ?”

เธอเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แล้วมองใบหน้าของเขา กิดเดียนยิ้ม ขณะที่เอื้อมมือขึ้นมาแตะจมูกของเธออย่างแผ่วเบา

“จะง่ายขนาดนั้นได้ยังไงล่ะครับ? อันตรายจะคงอยู่ในโลกใบนี้ตลอดไป เมื่ออันตรายอย่างหนึ่งสิ้นสุดลง อันตรายอื่นก็จะบังเกิดขึ้น มันจะหายไปได้ง่าย ๆ เพียงแค่ผมบอกว่ามันไม่มีอีกแล้วได้ยังไงล่ะครับ?”

กิดเดียนทำให้เนลล์รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาทันที เขาก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นเธอเป็นกังวล

จากนั้นเขาจึงพูดขึ้นอีกครั้ง “แต่คุณไม่ต้องกังวลไปนะ ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อทำให้คุณปลอดภัย อย่าลืมสิครับ ว่าเรายังต้องอยู่ด้วยกันจนกว่าความตายจะพรากเราจากกัน”

เนลล์หัวเราะขึ้นมาเสียง “หึ” เธอรู้สึกทั้งซาบซึ้งและเศร้าในเวลาเดียวกัน

เธอจับมือกิดเดียนเอาไว้ แล้วพูดขึ้นด้วยความซึ้งใจ “คุณต้องไม่เป็นอะไรนะคะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณ ฉันจะ...”

“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับผม คุณจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ ไม่ต้องคิดมาก และห้ามทำอะไรโง่ ๆ เข้าใจไหมครับ?”

จู่ ๆ น้ำเสียงของกิดเดียนก็เปลี่ยนเป็นจริงจังและเข้มงวด ซึ่งทำให้เนลล์รู้สึกคัดจมูกแล้วน้ำตาก็ไหลลงมาอาบแก้มของเธอ

สิ่งแรก เธอสำรวจเนลล์ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เมื่อสังเกตเห็นดวงตาที่แดงก่ำของเธอ เด็กหญิงจึงรีบถามด้วยความเป็นห่วง “คุณแม่ร้องไห้ใช่ไหมคะ? คุณพ่อแกล้งคุณแม่เหรอคะ? หื้ม ถ้าคุณพ่อแกล้งคุณแม่นะ บอกเรามาเลยนะคะ พวกเราจะทำโทษคุณพ่อให้เอง!”

ลิซซี่วิ่งเข้าไปในห้องนอน ขณะที่เธอพูด

แต่เนลล์รีบคว้าตัวทั้งคู่แล้วห้ามเอาไว้ เธอเพิ่งรู้สึกว่ามันตลกมากจริง ๆ

ความกังวลที่เธอมีอยู่เมื่อสักครู่นี้ได้จางหายไปในทันที

เธอหัวเราะออกมา แล้วพูดขึ้น “หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้วจ้ะ คุณพ่อของหนูไม่ได้รังแกแม่! เราเพิ่งคุยกันเมื่อกี้นี้เอง! นี่ก็ดึกมากแล้วนะ ทำไมลูกสองคนยังอยู่ข้างนอกอีกคะ? ลูกไม่เข้านอนกันเหรอ?”

เนลล์จงใจแกล้งทำหน้าโกรธ ทำท่าจริงจัง

ใครต่างก็รู้กันดีว่าเจ้าก้อนซาลาเปาตัวน้อยทั้งสองคนชินกับนิสัยของเธอแล้ว ดังนั้นพวกเด็ก ๆ จึงไม่กลัวเธอเลย

ลิซซี่พูดขึ้น “พรุ่งนี้หนูไม่ต้องไปโรงเรียนค่ะ ตามกฎแล้ว หนูนอนดึกได้”

เนลล์จึงคิดอยู่ครู่หนึ่งถึงได้รู้ว่าเป็นความจริงเหมือนกัน

พรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ และไม่ต้องเข้าชั้นเรียน ดังนั้นเธอจึงนอนดึกได้

จากนั้นเนลล์จึงจ้องมองไปที่วีมอนด์ตัวน้อย

ถึงวีมอนด์ตัวน้อยจะอายุได้เพียงสี่ขวบครึ่ง แต่เขาก็ซนมาก

เขากลอกตาแล้วพูดขึ้นว่า “ก็พี่ใหญ่ไม่ต้องไปโรงเรียนนี่ฮะ พี่ก็เลยนอนดึกได้ วีมอนด์น้อยก็ฉลาดมาก ผมเรียนบทเรียนสำหรับเข้าเรียนตอนวันพรุ่งนี้เสร็จแล้ว ดังนั้นผมก็นอนดึกได้เหมือนกันฮะ”

เมื่อเนลล์ได้ฟังคำอธิบายของเขา เธอก็อดหัวเราะออกมาเสียงดังไม่ได้

เธออยู่มาตั้งนาน แต่เนลล์ไม่เคยพบเจอใครพูดชื่นชมตัวเองว่าฉลาดและมั่นอกมั่นใจมากขนาดนี้มาก่อนเช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตามเจ้าก้อนทั้งสองก็พูดความจริง พวกเขาทั้งคู่เป็นเด็กฉลาดและใจดี ซึ่งมีไอคิวและอีคิวสูงมาก เนลล์ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงพวกเด็ก ๆ มากเลยด้วยซ้ำ

ดังนั้นเนลล์จึงไม่อยากเข้มงวดกับพวกแกมากจนเกินไป

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านประธานจอมเฮี๊ยบกับยัยหวานใจสุดที่รัก