จื่ออันจับมือเขา และปลอบใจเขาอย่างเงียบ ๆ
มู่หรงเจี๋ยกลับไม่ได้มีท่าทีเสียใจหรือโศกเศร้าเลยแม้แต่น้อย แต่ยังคงวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันกับอ๋องเยี่ยอย่างใจเย็น
เขาขอให้อ๋องเยี่ยเขียนจดหมายถึงอ๋องอัน บอกเขาว่าไม่ต้องกังวลว่าท่านตานชิงจะเข้ามาในราชสำนัก
อ๋องเยี่ยกล่าวว่า “ข้าได้ส่งจดหมายไปแล้ว เสด็จพี่ชายรองมีไหวพริบเสมอ เขาควรล่วงรู้ความคิดของจักรพรรดิและจะไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าขันยิ่ง เมื่อไหร่กันที่ฝ่าบาทคิดใช้กลอุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้เพื่อหลอกเขา? ช่างไร้สาระสิ้นดี”
“อย่าไปใส่ใจเลย” มู่หรงเจี๋ยพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เขาอยู่ในระหว่างฟื้นตัวจากอาการป่วย ดังนั้นจึงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ หรือความมีอำนาจของตนเอง”
“เขาคิดบ้างหรือไม่ว่าการทำเช่นนี้อาจให้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม? เสด็จพี่รองภักดีต่อเขามาก ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องทำเช่นนี้เลย”
“ฝ่าบาททรงสงสัยมาโดยตลอด พระองค์เชื่อในความจงรักภักดีทั้งหมดที่ได้รับมาโดยผิวเผินเท่านั้น ไม่เคยเชื่อถือความภักดีที่มาจากใจจริง”
“พี่เจ็ด เราควรบอกท่านบรรพชนเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่?”
“ท่านบรรพชนไม่สนใจกิจการของราชสำนัก ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องรบกวนนาง ปล่อยให้นางและป้าอาเฉอเพลิดเพลินกับความสุขในวัยชราอย่างสงบเถิด นางมีลูกหลานตระกูลมู่หรงมากมาย ทว่าไม่ได้ช่วยอะไรมาก จะให้คนชราเช่นนางกลับมาทำงานและดูแลเรื่องการเมือง ขืนพูดไปก็มีแต่กระดากอายมิใช่รึ?”
“ใช่ ใช่!” อ๋องเยี่ยพยักหน้า
เมื่อรถม้ามาถึงตีนเขาหานซาน ก็ถึงเวลาเดินเท้าขึ้นไปสู่ยอดเขาแล้ว
ถนนบริเวณเนินเขายังสามารถโดยสารรถม้าได้ง่ายอยู่ แต่เมื่อมาถึงตอนกลางของภูเขาก็จำเป็นต้องเดินเท้าต่อไป
ทิวทัศน์บนเขาหานซานนั้นสวยงามมาก จื่ออันเคยไปจิ่วไจ้โกวมาแล้วครั้งหนึ่ง ในเวลานั้นนางคิดว่าจิ่วไจ้โกวเป็นเหมือนแดนสวรรค์บนโลกมนุษย์แล้ว แต่เมื่อมาถึงเขาหานซาน นางถึงตระหนักว่ายังมีภูเขาลูกอื่นที่สวยงามกว่า
บนเขามีสี่ฤดูกาล สภาพอากาศแตกต่างจากด้านล่างทั้งที่อยู่ห่างเพียงสิบลี้ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นภาพสะท้อนของภูเขาที่หนาวเย็น
ป่าเมเปิลมีสีสันต่างกันเรียงซ้อนเป็นชั้น ๆ ไม่ว่าจะสีเหลือง แดง เขียว ทะเลสาบก็ละม้ายคล้ายกระจกสะท้อนภาพทิวทัศน์อันสวยงามสุดลูกหูลูกตา บางครั้งผู้คนที่เห็นถึงขั้นเกิดภาพลวงตาว่าทิวทัศน์ในทะเลสาบมีจริง
“อาจมี” อ๋องเยี่ยยักไหล่ “นางไปอยู่กับผู้สำเร็จราชการชิงเทียนกระมัง?”
“หืม?” จื่ออันฟังด้วยความสนใจ “ผู้สำเร็จราชการชิงเทียน?"
“องค์ชายผู้สำเร็จราชการแทนชิงเทียน พระองค์เป็น... คนรักของท่านบรรพชน ได้ยินท่านบรรพชนกล่าวไว้เช่นนั้น”
จื่ออันถามอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับเรื่องราวระหว่างผู้สำเร็จราชการชิงเทียนกับท่านบรรพชน เพราะแท้จริงแล้วทุกคนในราชวงศ์ต่างรู้เรื่องนี้ดี เพียงแต่พวกเขาไม่เคยกล้าเอ่ยถึงเรื่องนี้โดยพลการ
หลังจากฟังเรื่องราวของบรรพชนแล้ว จื่ออันก็ประหลาดใจมาก
“ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ท่านนั้นกับผู้สำเร็จราชการคนปัจจุบันช่างมีความแตกต่างกันมากมายนัก เกรงว่าอย่างหลังน่าจะเป็นเพียงของลอกเลียนแบบ” จื่ออันถอนหายใจ
“หยุดพูดเถอะ!” มู่หรงเจี๋ยขุ่นเคือง แค่นเสียงตำหนิ “ตั้งแต่ขึ้นมาบนเขา พวกเจ้าสองคนก็เอาแต่คุยกันทั้งวัน ไม่เหน็ดเหนื่อยหรืออย่างไร? ยังจำได้หรือไม่ว่าวันนี้เจ้ามาที่นี่เพื่อทำอะไร?”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์
ไม่อัพแล้วเหรอคะ...
โอโย่คู่ตัวร้าย...
อ๋องเหลียงน่ะถูกแล้ว ไม่ใช่จักรพรรดิเหลียง...
สามีภรรยาคู่นี้ จะมีช่วงเวลาสงบสุขดีดีบ้างไม่ได้เลยหรือไงกัน สงสารอ่า...