หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ นิยาย บท 1206

จักรพรรดินีตัวน้อยคนนี้ขออะไรกันแน่?

ถึงเป็นความคิดที่ไม่มีสัญญาณชีวิตเช่นนี้

“มาก็ว่างเปล่า ไปก็ว่างเปล่า บนก็ว่างเปล่า ล่างก็ว่างเปล่า เหมือนดั่งตำน้ำพริกละลายแม่น้ำก็ไม่ปาน” พระสงฆ์ชั้นสูงน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย นี่เป็นทางตันที่ไร้ซึ่งทางออก! สวรรค์ไร้ทางให้เดิน โลกไร้ประตูให้เข้า แม้แต่เทพเจ้าและพระพุทธเจ้าก็ยากจะทำให้สมปรารถนาได้

“ฝ่าบาท เซียมซีอันนี้...”

ยังไม่ทันจะพูดจบ ก็เห็นลู่เจาเจาคุกเข่าลงที่หน้าฟูกอีกครั้ง

ทุกคนต่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

พระสงฆ์ชั้นสูงเองก็เช่นกัน

พระสงฆ์ชั้นสูงรีบก้าวไปจับนาง “โยมสีกา...เซียมซีนี้ ขอได้แค่ไม้เดียว...เซียมซีของท่านออกมาแล้ว” พระสงฆ์ชั้นสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงลำบากใจ

“พระโพธิสัตว์กำหนดไว้หรือว่าขอได้เพียงหนึ่งไม้เท่านั้น?” นางเอ่ยถาม

พระสงฆ์ชั้นสูงชะงักไปเล็กน้อย “ก็ไม่เคยกำหนดไว้ เพียงแต่ไม่เคยมีใครเขย่าไม้ที่สองออกมาได้”

ลู่เจาเจาส่ายหัว “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมจะเขย่าไม่ได้ล่ะ? เซียมซีอันนี้ข้ารู้สึกไม่พอใจ ข้าจะเขย่าใหม่อีกครั้ง”

จะขอเซียมซีทั้งทีก็ต้องขอจนกว่าจะพอใจสิ

อาจารย์เคยพูดเอาไว้ว่ามนุษย์ย่อมชนะสวรรค์อย่างแน่นอน ความหมายน่าจะเป็นประมาณนี้กระมัง

พระสงฆ์ชั้นสูงมีสีหน้าตกตะลึงอย่างมาก สามารถขอร้องแบบนี้ได้ด้วยหรือ? ไม่พอใจเซียมซีก็ขอจนกว่าจะพอใจงั้นหรือ?

ลู่เจาเจายังคงกอดกระบอกเซียมซีแล้วเขย่าต่อ หลังจากนั้นไม่นานก็มีเซียมซีก็กระเด็นหล่นมาอีกอัน

“ยังคงเป็นเซียมซีโชคร้ายที่สุดเหมือนเดิม ข้าไม่พอใจ” ลู่เจาเจาส่ายหัว

มือก็ยังคงเขย่าต่อไม่หยุด จากนั้นก็ออกมาอีกอัน!

“ออกมาอีกอันแล้ว!!” ทุกคนที่กำลังมุงดูอยู่เริ่มนั่งไม่ติดแล้ว เซียมซีที่หลายสิบปีในหลายร้อยปีถึงออกมา แต่พอมาอยู่ในมือของนางกับเหมือนเห็ดที่ผุดออกมาไม่หยุด และสามารถเลือกคัดที่ไม่ดีได้

ผู้คนมองมาด้วยความอิจฉาริษยาจนตาแดงไปหมด

ผ่านไปไม่นาน ใต้เท้าของนางก็เต็มไปด้วยไม้ไผ่เซียมซี

เซียมซีที่ไม่ดีที่สุด ไม่ดี...ไม่ดีปานกลาง

“เซียมซีที่ดี ได้เซียมซีดีแหละ ออกเซียมซีดีมาแล้ว! ออกมาแล้ว!” ทุกคนตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เพราะว่าลู่เจาเจาเขย่าเซียมซีออกมาได้มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงเริ่มลุ้นว่าจะได้ใบเซียมซีที่ดีที่สุดหรือไม่

ลู่เจาเจาหยิบเซียมซีขึ้นมาแล้วยื่นให้พระสงฆ์ชั้นสูง

“เมื่อเจอทางตันและสิ้นหวังหนักอก ก็อย่าได้ท้อถอยเพราะฟ้าหลังฝนย่อมดีกว่าเสมอ เป็นเซียมซีดีแล้ว!” พระสงฆ์ชั้นสูงอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปาดเหงื่อ ไม้ไผ่ตกอยู่เต็มพื้น จนหัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ลู่เจาเจาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และก้มลงไปมองกระบอกเซียมซี พระสงฆ์ชั้นสูงรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา จึงเข้าไปกอดกระบอกเซียมซีขึ้นมาอย่างทุลักทุเลด้วยใบหน้าที่ยิ้มแห้งๆ

“จักรพรรดินีเชิญทางนี้ เชิญทางนี้เลย...”

แต่หลังจากหมอหลวงตรวจดูอาการ กลับพบว่าเขาไม่ได้ป่วยเป็นอะไร

แต่ท่าทางเซื่องซึมอย่างมาก และพอมองดูสีหน้าก็ดูซีดขาวเล็กน้อย

ลู่เจาเจาขมวดคิ้วเล็กน้อย และคาดเดาในใจว่าน่าจะเป็นเพราะอิทธิพลของพระพุทธเจ้าที่ส่งผลกระทบต่อเขา ถึงอย่างไรเสียน้องชายของนางก็เคยถูกพระสงฆ์ชั้นสูงตรวจดวงชะตาให้ บอกว่าเขาเป็นมหาปีศาจร้าย

แต่ละแคว้นมีการตั้งสถานที่พำนักของคณะทูตเอาไว้ในเมืองหลวง เพื่อทำเป็นที่พักสำหรับคณะทูตจากทุกแคว้นที่มา

ลู่เจาเจาเป็นจักรพรรดินี เพิ่งจะเข้าเมืองเหลียนหวาก็มีพระภิกษุมาเชิญนางไป

“ฝ่าบาทแห่งหนานกั๋ว มหาปุโรหิตขอเชิญฝ่าบาทไปที่วิหารหมื่นพุทธขอรับ”

ลู่เจาเจาพยักหน้ารับ “จุยเฟิง เจ้าพาจงไป๋และพวกเขาไปพักที่พักทูตก่อน ข้าจะไปที่วิหารหมื่นพุทธกับพระอาจารย์น้อย ซ่านซ่านกับอวี้โจวจะไปด้วยกันกับข้า...”

เซี่ยอวี้โจวจับหัวตัวเองทันที “ข้าไม่โกนหัวเด็ดขาด จะไม่โกนเด็ดขาด”

ลู่เจาเจามองบนให้เขาหนึ่งที จากนั้นก็พาคนสองสามคนไป

“ความแตกต่างที่ต่างกันมากที่สุดระหว่างแคว้นฟั่นกับแคว้นอื่นก็คือชาวบ้านจะดูสงบนิ่ง ไม่มีรัศมีของความอาฆาตพยาบาท และก็ไม่มีความปรารถนาอะไรมากมาย” จู๋มั่วพาอาอู๋ไปพักผ่อนให้เรียบร้อย จากนั้นก็ตามไปคุ้มกันลู่เจาเจา

“ชาวบ้านเป่ยเจามักจะเดินอย่างเร่งรีบ แต่ชาวบ้านแคว้นฟั่นกลับเชื่องช้า ทำตัวสบายๆ” บนร่างกายเหมือนจะมีกลิ่นอายของความสงบ และสุขใจยังไงก็ไม่รู้อธิบายไม่ถูก

ยิ่งใกล้วิหารหมื่นพุทธมากเท่าไร ก็ยิ่งได้กลิ่นไม้จันทน์ที่ปลายปีกจมูกหนักขึ้นเรื่อย ๆ

ซ่านซ่านรู้สึกไม่สบายราวกับกำลังนั่งอยู่บนเข็มเป็นพันเล่ม เขาบิดตัวไปมาในอ้อมแขนของแม่นม เขารู้สึกว่ายิ่งอยู่ใกล้วิหารหมื่นพุทธมากเท่าไร ก็ทำให้เขารู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว หัวใจก็เต้นรัวอย่างแรง มีความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์