พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 705

ทุกสิ่งในอดีตทำให้หลายคนเชื่อว่าเสี่ยวเฟิงคือรักแท้ในชีวิตนี้ของจักรพรรดิจาวเหริน

แต่ตอนนี้เซียวปี้เฉิงอดคิดไม่ได้ว่าเป็นเช่นนี้จริงหรือ

เขาขบคิดเงียบๆ สักพักก็ได้คำตอบ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจักรพรรดิจาวเหรินชื่นชอบเสี่ยวเฟิง แต่เขารักตัวเองมากยิ่งกว่า

เสี่ยวเฟิงก็เป็นหญิงธรรมดาๆ เช่นกัน รูปร่างหน้าตาและความรู้ไม่ได้โดดเด่นที่สุดในวังหลัง แต่นางก็เป็นคนที่โอนอ่อนผ่อนตามที่สุดต่อหน้าจักรพรรดิจาวเหริน

นางพึ่งพาจักรพรรดิจาวเหรินและชื่นชมจักรพรรดิจาวเหริน เพื่อสนองความต้องการจอมปลอมภายในจิตใจของผู้ชาย

ในอดีตอีกฝ่ายลำเอียงชื่นชอบเสี่ยวเฟิง ท้ายที่สุดแล้วก็คือกำลังปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง

บัดนี้เสี่ยวเฟิงตายไปแล้ว ดังนั้นด้วยความเหงาและว้าเหว่ เขาจึงอยากหาคนใหม่มาแทนที่โดยเร็ว นั่นคือแม่นางหลี

จากคำพร่ำพรรณนานั้นแสดงว่าแม่นางหลีมีความอ่อนโยนไม่แพ้กัน สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเสี่ยวเฟิงเสียอีก

อีกฝ่ายมีความงามที่ไม่ด้อยกว่าจี้ซูเฟย นางมาจากชาติตระกูลที่ต่ำต้อยแต่ฉลาดมีไหวพริบ

นางเคยร่ำเรียนสมัยยังเยาว์วัย ช่วยเป็นหน้าเป็นตาให้สามีได้ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นเท่าลี่ผินที่ทำให้ผู้ชายรู้สึกต่ำต้อยได้

จากประสบการณ์เปิดแผงขายเต้าหู้มาหลายปี ทำให้นางอยู่บนโลกนี้ได้อย่างสบาย ไม่เคร่งครัดเหมือนอย่างสนมเหลียง

คิดสะระตะเรื่องนี้แล้ว เซียวปี้เฉิงก็เข้าใจได้ไม่ยากที่จักรพรรดิจาวเหรินจะถูกตาต้องใจแม่นางหลี

“แม่นางหลีรู้ฐานะของท่านหรือไม่ หากท่านจะเชิญนางเข้าวัง นางจะตกลงหรือ”

จักรพรรดิจาวเหรินชะงักไปครู่หนึ่ง “นางย่อมไม่รู้ฐานะของข้า แต่เหตุใดจะไม่ตกลงเล่า พักก่อนนางอยู่กับข้าก็เข้ากันได้ดีและมีความสุข ข้าเองก็ไม่ถือสาที่นางเคยแต่งงานมีลูกติด การมีวาสนาได้เข้าวังเป็นสนม ใครบ้างจะไม่ต้องการ”

สิ่งที่เซียวปี้เฉิงถามนั้นช่างโง่เขลาสิ้นดี เขาก็นึกเหตุผลที่แม่นางหลีจะปฏิเสธไม่ออก

ภายหน้าเมื่อเข้าวังแล้ว นางจะเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ จะได้ไม่ต้องมัวแต่ทำงานหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องอยู่ข้างนอก

ลูกชายของนางไม่ต้องตรากตรำร่ำเรียนในสำนักศึกษาอีกต่อไป ภายหน้าอีกฝ่ายจะได้รับบรรดาศักดิ์เป็นท่านอ๋องต่างสกุล แต่งงานกับสตรีสูงศักดิ์ของเมืองหลวง

ทันใดนั้นสีหน้าเซียวปี้เฉิงยากจะพรรณนา เขาก็รู้ว่าจักรพรรดิจาวเหรินยังไม่เคยถามความเห็นของแม่นางหลี

“เกิดแม่นางหลีไม่ยินยอมเล่า”

จักรพรรดิจาวเหรินรู้สึกไม่สบอารมณ์เล็กน้อย “เจ้าสาม เจ้าพูดให้ดีหน่อยได้หรือไม่ ไม่อยากเห็นข้ามีความสุขใช่หรือเปล่า”

เซียวปี้เฉิงพูดอย่างจนใจ “เสด็จพ่อ สามีของแม่นางหลีจากไปยี่สิบกว่าปีแล้ว นางไม่เคยคิดจะแต่งงานใหม่เลย จะเห็นได้ว่านางภักดีต่อสามีผู้ล่วงลับ ท่านจะแน่ใจได้อย่างไรว่านางจะยินยอมพร้อมใจเข้าวังเป็นสนม”

จักรพรรดิจาวเหรินตรัสด้วยสีพระพักตร์ขึงขัง “ข้ารู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว คนเหล่านั้นเป็นคนธรรมดาสามัญ แม่นางหลีไม่ต้องการแต่งงานใหม่ก็เป็นเรื่องปกติ แต่จะเอาคนเหล่านั้นมาเทียบกับข้าได้อย่างไร ข้าเป็นโอรสสวรรค์!”

เซียวปี้เฉิง “...”

เสด็จพ่อค่อนข้างมั่นพระทัย เขาจึงจนปัญญาจะออกความเห็น

ถ้าอวิ๋นหลิงอยู่ที่นี่ ไม่แน่อาจจะบอกว่าจักรพรรดิจาวเหรินเป็นชายมั่นหน้าใช่หรือไม่

ในความเห็นของนาง จักรพรรดิจาวเหรินเป็นท่านอาวัยกลางคนธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดาไปกว่านี้แล้ว แต่ในยุคนี้ เขาเป็นผู้สูงศักดิ์ที่ผู้คนนับหมื่นนับพันต้องเคารพยำเกรง

ไม่แน่แม่นางหลีอาจจะจิตใจหวั่นไหวก็เป็นได้

จักรพรรดิจาวเหรินถลึงตาใส่เซียวปี้เฉิงด้วยความโกรธ “พูดตรงๆ เลย ต่อให้นางจะไม่ยอมรับความโปรดปรานนี้ หากข้าออกพระราชโองการ แม่นางหลีจะยังขัดได้อีกหรือ”

ได้ยินเช่นนี้ เซียวปี้เฉิงรีบพูดว่า “เสด็จพ่อท่านจะทำส่งเดชไม่ได้ การบังคับหญิงม่ายมาแต่งงานไม่ใช่สิ่งที่ฮ่องเต้ผู้ปรีชาพึงกระทำ!”

พระพักตร์ของจักรพรรดิจาวเหรินหม่นทะมึน “เจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร ถ้าแม่นางหลีไม่เห็นด้วย ข้าก็จะไม่ล้มเลิกความคิดที่จะรับสนมแน่นอน แต่จะไม่ถึงขั้นบังคับให้นางพลีกายให้ข้า”

“เจ้าสามนะเจ้าสาม อย่าหาว่าข้าว่าเจ้า ตั้งแต่เจ้าแต่งงานกับนางหนูตัวแสบนั่น ก็เริ่มเถียงกับข้าทั้งวัน ข้าไม่ใช่พ่อเจ้าอีกแล้วใช่หรือไม่!”

“ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย เจ้าก็เอาแต่พูดให้เสียกำลังใจ เลี้ยงเจ้าเสียข้าวสุกจริงๆ! ไม่ง่ายเลยกว่าข้าจะเจอสตรีที่ถูกใจ หากเจ้าไม่คิดหาทางช่วยข้าก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังพูดบั่นทอนกำลังใจอยู่นั่นแหละ ไม่อยากเห็นข้ามีความสุขใช่หรือเปล่า!”

จักรพรรดิจาวเหรินโกรธจัด ด่าเซียวปี้เฉิงอย่างสาดเสียเทเสีย

“แม่นางหลี ขอขนมหวานอุ่นๆ สองชาม!”

ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย แม่นางหลีก็เงยหน้าขึ้นมองแล้วเข้าไปยิ้มทักทายตามปกติ

“ไม่ได้เจอนายท่านเก้าหวงกับผู้ดูแลฝูมานานเลย เหตุใดวันนี้ท่านทั้งสองจึงว่างมาเป็นแขกที่ร้านข้าได้”

จักรพรรดิจาวเหรินเดินไปยังที่นั่งประจำแล้วพูดว่า “ที่บ้านงานยุ่ง เพิ่งจะว่างเมื่อไม่กี่วันนี่เอง”

แม่นางหลียกขนมหวานรสโปรดของเขามาแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มพราย “นายท่านเก้าคงยุ่งอยู่กับร้านรถไม้กระมัง พักก่อนราชครูแคว้นตงฉู่มาสาธิตรถล้อไม้ที่สำนักศึกษาด้วยตนเอง ได้ยินว่าภายหน้าท่านจะไปทำการค้าที่แคว้นตงฉู่ ช่างน่าชื่นชมจริงๆ”

จักรพรรดิจาวเหรินได้รับคำชมก็รู้สึกเบิกบานใจ แย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน “ทำการค้าเป็นเรื่องรอง หมู่นี้ถูกภรรยาเรือนหลังขัดขวางด้วยเรื่องหยุมหยิมจนกลุ้มใจมากกว่า”

“เรื่องเรือนหลัง?”

แม่นางหลีมองจักรพรรดิจาวเหรินอย่างนึกกังขาแล้วพูดว่า “ขอโทษที่ละลาบละล้วง ฮูหยินของท่านไม่ใช่ว่า...”

“ไม่เคยบอกเจ้ามาก่อนหรือว่าข้ายังมีอนุอีกหลายคน ล้วนเป็นคนที่นำกลับมาจากการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ในปีก่อนๆ”

เขาไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้กับแม่นางหลีมาก่อน แต่ในเมื่อคิดจะรับนางเป็นสนม เขาจึงไม่คิดจะปิดบัง

แม่นางหลีตกตะลึง นางไม่คาดคิดว่านายท่านเก้าหวงจะมีอนุหลายคน

สนทนากันครั้งก่อน นายท่านเก้าหวงแทบจะไม่ได้พูดถึงเรื่องครอบครัว ทุกครั้งที่เขามาคุยที่ร้านของหวาน ส่วนใหญ่จะพูดคุยระบายความเจ็บปวดในใจ

อีกฝ่ายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนของสำนักศึกษาชิงอี้ ถือเป็นผู้มีคุณครึ่งหนึ่งของลูกชาย แม่นางหลีจึงรับฟังอย่างอดทนมาตลอด และบางครั้งก็ให้คำแนะนำกับเขาด้วย

นายท่านเก้าหวงมักพูดถึงภรรยาที่เสียชีวิตไปอยู่เนืองๆ คร่ำครวญพรรณนาถึงสหายในวัยเด็กต่อหน้านาง

นางคิดเสมอว่านี่คือบุรุษผู้น่าสงสารที่รักปักใจและไม่ลืมเลือนความหลัง ดังนั้นจึงรู้สึกเห็นใจอยู่เล็กน้อย

แต่ไม่นึกว่าอีกฝ่ายมีอนุอยู่ในบ้าน ซ้ำยังมีตั้งหลายคน?

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ