“หากอวี้เจียคือนางปีศาจบ้า เช่นนั้นเหตุใดคุณหนูหวังจึงเดินหมากกับข้าที่เป็นนางปีศาจเล่า”
อวี้เจียพูดเรียบ
ฟังออกว่านางเริ่มมีโทสะแล้ว
หวังเยียนหรันสะอึก ตระหนักว่าตัวเองพูดจาไม่เหมาะสมเล็กน้อย สีหน้าแดงเถือก แต่อย่างไรยอดหญิงหวังก็เป็นพวกอวดดีนิด ๆ จึงฮึดฮัดไม่สนใจ
หลี่จุ่นเห็นสีหน้าอวี้เจีย มองออกว่านางแค่ขุ่นเคืองน้อย ๆ ไม่ได้โกรธ จึงพูดว่า
“ข้าเอาชนะอวี้เจียไม่ได้หรอก ฝีมือการเดินหมากของอวี้เจียมิใช่เจ้าข้าจะต่อสู้ได้”
“หา!” หวังเยียนหรันตะลึง
“ท่านอ๋อง ท่านถ่อมตัวจริง ๆ” อวี้เจียแววตาโปรยเสน่ห์บางส่วน เหลือบมองมา ดูออกว่าการชมเชยของหลี่จุ่นทำให้นางอารมณ์ดีมาก
“พูดธุระเถอะ”
หลี่จุ่นเบี่ยงประเด็น พาหวังเยียนหรันเดินไปทางระเบียงทางเดิน พอรู้ว่าทั้งสองจะพูดธุระส่วนตัว อวี้เจียก็ไม่รบกวนอย่างรู้กาลเทศะ
มองทั้งสองเดินเคียงบ่ากันแวบหนึ่ง จู่ ๆ แววตากลับมืดไปเล็กน้อย หลุบตาเล่นหมากรุกบนโต๊ะ
“ตงซานว่านไม่ว่าอะไรกระมัง” หลี่จุ่นถาม
หวังเยียนหรันส่ายหน้าตอบ “ไม่ คนแซ่ตงบอกว่าเอาตามข้าว่าทั้งหมด”
หลี่จุ่นพยักหน้าพูดอีก “เมื่อวานข้าสำรวจมาแล้ว ตัดสินใจว่าจะเลือกหอชุนฮวาเป็นผู้ร่วมมือ สถานที่เล่าเรื่องที่นี่ดีกว่าที่อื่น ๆ มากทีเดียว”
“หอชุนฮวาหรือ”
หวังเยียนหรันสีหน้าประหลาด ถามคำถามที่ไม่เกี่ยวกัน “เห็นว่าเจ้าไปหอชุนฮวาบ่อย ๆ หรือ”
หลี่จุ่นสะอึก “มิต้องสนใจเรื่องเล็กน้อยพวกนี้หรอก คุยธุระ”
การเที่ยวหอนางโลมเป็นเรื่องเล็กหรือ
หวังเยียนหรันเบะปากนิด ๆ ทันที
“รูปแบบความร่วมมือของเราก็ต้องเจรจากับอีกฝ่ายให้ชัดเจน ข้าคิดมาแล้ว พวกเราต้องเก็บค่าเข้าประตูกับแขกที่มาฟังการเล่าเรื่องคนละสิบอีกแปะ และยังเป็นต่อรอบด้วย ถ้าพวกเขาอยากฟังรอบที่สองก็ต้องเก็บเงินเพิ่ม...”
หลี่จุ่นอธิบายแผนธุรกิจและการจัดการของตัวเอง การวางแผนตกแต่งหอชุนฮวาเพื่อเก็บเงินฟังเรื่องเล่า ส่วนค่าใช้จ่ายที่จะเก็บกับห้องส่วนตัวเหล่านั้นกลับสูงถึงห้าตำลึง แถมยังเป็นต่อรอบอีก
แต่ ตอนนี้หลี่จุ่นยังหาวิธีหาเงินแบบนี้อีก นางไม่เข้าใจเลยจริง ๆ และเข้าใจไม่ได้ด้วย
หรือว่านี่ก็คือพ่อค้าไปตามผลประโยชน์ โลภมิแหนงหน่ายที่ท่านบอกกล่าว
“ตอนนี้เจ้าไม่เข้าใจไม่เป็นไร ถึงอย่างไรก็เอาตามข้าว่า ยามที่กอบโกยได้ต้องกอบโกยสุดความสามารถ เงินนี้ต้องกำไว้ในมือจึงเรียกว่าอุ่นใจ”
หลี่จุ่นมองหวังเยียนหรันแวบหนึ่ง รู้ว่านางไม่อาจเข้าใจ
ก็ไม่แปลก นางเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ กินอยู่สบาย แต่เล็กไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นอยู่ ไม่เคยเจอกับความทุกข์ยาก ไม่เข้าใจเป็นเรื่องปกติ
ไม่เคยจนก็ไม่รู้จักคนจนจริงแท้
หวังเยียนหรันพยักหน้าแบบงุนงงแล้วพูดว่า “เช่นนั้นตอนบ่ายข้าจะไปหอชุนฮวา เจรจากับผู้ดูแลของพวกเขาดู”
“เช่นนี้ก็ดีมาก เจ้าฟังข้านะ เจ้าทำอย่างนี้...”
หลี่จุ่นใบหน้าแช่มชื่น สอนเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับนางว่าต้องเจรจาอย่างไรกับแม่เล้าหอชุนฮวาจึงจะสำเร็จ
หวังเยียนหรันได้ฟังแล้วมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เดินจากไปด้วยอารมณ์ฮึกเหิม
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชาย(ไม่)เอาถ่าน
เชี่ยไรเนี่ย เติมเงินแต่อ่านไม่ได้สักบท...
กดปลดล็อคไม่ได้เติมเงินแล้ว แย่มาก...
737 ปลดล็อกแล้วอ่านไม่ได้...
736 ผมปลดล็อคแล้ว อ่านไม่ได้...
เขียนต่อเถอะครับ รอนานแล้ว...
ตอน 706 มีหรือยัง...
อยากอ่านต่อครับ ผู้เขียนไม่สบายหรือเปล่าครับ...
ขอบคุณมากนะคะ ที่ให้อ่านฟรี สนุกมากค่ะ สั่งซื้อกางเกงใน GQ ไป 3 ตัวแล้วค่ะ สนับสนุนโฆษณา ที่ได้อ่านค่ะ...
เดินเรื่องได้เต่ามากๆ...
หายเงียบเลยยยยรอตอนต่อไปนานแล้วนะะะะะเมื่อไหร่จะอัพเพิ่มมมมมมมมมมม...