คนในวังเหล่านี้ชอบพูดค้างไว้ครึ่งประโยคหรือไง...
เซี่ยเชียนฮวันจึงทำได้เพียงร่วมเดินทางไปกับเขาด้วยความอดทน แสงเป็นท่าทีเย่อหยิ่งสูงส่งแล้วกระซิบถามว่า "กงกงมีเรื่องใดให้กล่าวมาตามตรงเถิด ข้าจะไม่กล่าวโทษเจ้าหรอก และจะไม่บอกกับผู้อื่นให้รู้ว่าเรื่องนี้ท่านเป็นคนบอกข้า"
ขันทีทำสีหน้าลังเล แต่เมื่อได้รับสัญญาจากเซี่ยเชียนฮวันเช่นนี้ เขาจึงกล่าวต่อไปว่า
"พระชายาองค์ชายรองยังกล่าวอีกว่า ในฐานะลูกสะใภ้ ท่านไม่เคยเดินทางไปเข้าพบแม่สามีเลย หมิงเฟยเหนียงเหนียงรู้สึกเหงา จึงทำได้เพียงเรียกนางให้เข้าไปแทน"
เซี่ยเชียนฮวันได้ยินดังนั้นก็ยิ้มขึ้นทันที "ที่แท้นางยังตำหนิข้าด้วยหรือ "
คำพูดเหล่านี้ เมื่อเผยแพร่ออกไปคนอื่นคงจะตราหน้าว่านางเป็นคนอกตัญญู ชั่วพริบตาเดียวอาจสร้างรอยร้าวระหว่างนางและเซียวเย่หลันได้ด้วย
ช่างเถอะ เซี่ยเชียนฮวันไม่ได้สนใจชีวิตสมรสระหว่างตนกับเซียวเย่หลันนัก
"ในวันนี้เหนียงเหนียงเดินทางเข้าวังมาแล้ว จะหาเวลาเข้าไปเยี่ยมเยียนหมิงเฟยหน่อยหรือไม่ เพื่อจะได้ไม่เป็นที่นินทาของผู้อื่น" ขันทีผู้นั้นเอ่ยแนะนำ
ทุกครั้งที่เซี่ยเชียนฮวันเดินทางมาพระราชวัง นางไม่เคยวางท่ากับคนในราชวังเหล่านี้มาก่อน ทั้งยังสนทนากันอย่างสนุกสนาน ต่างจากชนชั้นสูงอื่นๆ โดยสิ้นเชิง
ด้วยเหตุนี้เองพวกเขาจึงรู้สึกดีต่อเซี่ยเชียนฮวัน
เซี่ยเชียนฮวันยิ้มขึ้นช้าๆ "ข้ารู้แล้ว ขอบใจกงกงที่เอ่ยเตือน
"เชิญเถิดเหนียงเหนียง"
ขันทีผู้นั้นโค้งคำนับแล้วถอยออกไป
เซี่ยเชียนฮวันขึ้นนั่งบนรถม้า จากนั้นเริ่มครุ่นคิดแรงจูงใจในการกระทำสิ่งเหล่านี้ของหลี่จิ้งหย่า
นางเพียงต้องการที่จะยั่วโมโหตน?
หรือมีจุดประสงค์อื่นกันแน่
ต่อให้หลี่จิ้งหย่ายังมีความรู้สึกดีต่อเซียวเย่หลัน แต่บัดนี้นางได้สมรสกับองค์ชายรองแล้ว การตีสนิทกับหมิงเฟยจึงไม่มีความหมายใด
ในตอนที่รถม้าเดินทางใกล้ถึงจวนอ๋อง ห่างออกไปเพียงถนนไม่กี่สาย จู่ๆ ก็หยุดลง
เซี่ยเชียนฮวันกำลังจะเอ่ยถามคนขับรถม้า ม่านกลับถูกใครคนหนึ่งเปิดขึ้น จากนั้นก็พบชายหนุ่มโน้มกายลงเดินตรงเข้ามานั่งข้างนางโดยไม่พูดอะไรสักคำ
"เซียวเย่หลัน?! เจ้าบ้าไปแล้วหรือไร ข้าตกใจแทบแย่" เซี่ยเชียนฮวันเบิกตากว้างมองเขา
หลังผ่านเหตุการณ์ชายสวมหน้ากากเข้าปล้นรถม้าในตอนนั้น นางก็รู้สึกหวาดระแวงกับเหตุการณ์เช่นนี้
เซียวเย่หลันนั่งหลับตาพักผ่อน "เกิดเรื่องขึ้นที่ค่ายทหาร ข้าต้องเดินทางไป"
"เจ้าจะไปก็ไปสิ มาขึ้นรถม้าของข้าทำไม?"
เซี่ยเชียนฮวันเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"พอๆ กัน เจ้าเองก็ไม่ได้ปฏิบัติตามศีลธรรมของชาย”
“เหอะๆ "
ทันใดนั้นเขาก็เข้าไปคว้าข้อมือของเซี่ยเชียนฮวันเอาไว้ ทำให้นางพลิกตัวเข้ามาแนบไปกับหน้าต่างของรถม้าราวกับนักโทษ
เซี่ยเชียนฮวันตกใจมาก "เจ้าคิดทำสิ่งใด?!"
"ข้าเห็นว่าเจ้าไม่ถูกจัดการสักสองสามวัน คงไม่สบายใจ"
ไม่รู้ว่าเซียวเย่หลันไปเอาผ้ามาจากที่ใด เขามัดมือของเซี่ยเชียนฮวันไว้ที่ข้างหลังแน่น
จากนั้นก็ปิดตาของนาง
ผ่านไปไม่นาน เซี่ยเชียนฮวันก็ถูกมัดมือมัดปากเอาไว้ราวกับบ๊ะจ่าง นั่งอยู่กับที่ไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหนได้
"เซียวเย่หลัน เจ้ามันโรคจิต!"
ภายในรถม้ามีทั้งเสียงด่าทอสาปแช่งกรีดร้องของหญิงสาวดังออกมา
อู่อันโหวได้ยินดังนั้นก็รู้สึกชื่นชม เขาแอบหัวเราะอย่างมีความสุขว่า "ทุกคนล้วนบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างจ้านอ๋องและพระชายาดูย่ำแย่ จากที่ข้ามอง พวกเขาแน่นแฟ้นกันจะตายไป!"
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หลังหย่า ราชาสงครามอ้อนขอข้าคืนดี
มาอัพเพิ่มไวๆๆนะคะ...
มาอัพต่อเร็วๆนะคะ...
นางออกควายไงคะ ไม่รู้อะไรซักอย่างตั้งท้อง อยู่ไปวันๆ...
นางเอกหน้าโง่ วันๆไม่ทำเห้ ไร รักษาแต่คน ไม่เคยคิดจะสู้กลับ ไร้น้ำยา...
ทำไมหายอีกแล้ว มาอัพต่อค่ะ...
ดีใจกลับมาอัพต่อแล้ว ขอบคุณแอดมินค่ะ...
รออ่านอย่าใจจดจ่อ อัพต่อพลีสสส...
กลับมาต่อ รออ่านอยู่ค่ะ...
ตามคะ ขอบคุณค่ะ...
ไม่อัพต่อแล้วเหรอค่ะ กำลังสนุกเลย...